วันนี้ ผมจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับการฝึกถาคทะเลที่ผ่านมา(เท่าที่นึกออก...เน้นนะครับว่าเท่าที่นึกออก)
จากตอนที่กลับมาจากฝึกภาคก็ได้ปีกว่าๆ แล้ว คงจะจำอะไรไม่ได้มากนัก

เรื่องแรกในวันนี้ เป็นเรื่องเมื่อครั้งที่ไป Join เรือ M.V.THOR SUN

เนื่องมาจาก เรือได้ไปจอดทิ้งสมอรอรับสินค้าที่ KANDLA:INDIA นานกว่า 2 สัปดาห์ เพราะเหตุจากท่าเรือไม่ว่าง
ทำให้การลงเรือของผมต้องช้ากว่ากำหนดไปกว่าเดือน จนกระทั่งเรือแล่นเข้ามาทิ้งสมอที่เกาะสีชัง
เพือขนถ่ายสินค้าขึ้นจากเรือ(ขอใช้คำว่า discharge แทนก็แล้วกันนะครับ) จึงได้ลงไปลง

การไปลงเรือเที่ยวนี้เราไปกันหลายคนครับ  เราเดินทางออกจากบริษัทด้วยรถตู้เพื่อไปส่งเราลงเรือเร็วที่ท่าเรืออ่าวอุดม
ตอนที่จะขึ้นเรือเร็วไปยังเรือใหญ่ที่จอดทิ้งสมออยู่นั้นค่อนข้างจะยากลำบากพอตัว
เนื่องจากเราต้องขนย้ายสัมภระ(และสัมภรก) ทั้งหลาย อันมีมากมาย และนำหนักของแต่ละชิ้นก็ไม่ใช่น้อยเลย
แถมเรือเล็กยังอยู่ต่ำกว่าท่าเรือเอามากๆ ด้วย การขนย้านยนี้เล่นเอาคนที่มาลงเรือเหลื่อแตกหอบแฮ่กไปตามๆ กันเลยที่เดียว

ต่อมาเมื่อเดินทางออกจากท่าเรืออ่าวอุดม เราก็ได้พบว่าการเดินทางไม่สวยหรูอย่างที่คาดหวัง
เพราะทะเลมีคลื่นลมแรงสำหรับเรือเล็กๆ อย่างเรือเร็วที่เราโดยสารไปด้วย ทำเอาผม และ อีกหลายๆ คนเมาเรือไปตามๆ ก้น



หลังจากที่แล่นเรือเร็วออกมาจากท่าเรืออ่าวอุดมได้ประมาณ 2 ชั่วโมง เราก็มาถึงสถานที่จอดทอดสมอของเรือ THOR SUN
ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นเรือ ก็คือ "ทำไมมันใหญ่อย่างนี้ฟระ" แต่มันก็เท่านั้นแหล่ะครับเมื่อได้ไปอาศัยอยู่บนนั้นนานๆ
อยู่ไปอยู่มาจากที่เคยคิดว่าใหญ่ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร กลับรู้สึกว่าเล็กไปเสียด้วยซ้ำ
ในที่สุดเราก็เข้ามาเทียบข้างเรือใหญ่ และคราวนี้เราก็เจอปัญหาอีกแล้วครับ เราไม่สามารถจะขึ้นไปบนเรือได้
เนื่องจากทะเลมีคลื่นลมแรงทำให้เราขึ้นเรือทางบันไดแกงเวย์ (Accomodation Ladder) ไม่ได้
เลยต้องย้ายไปขึ้นเรือที่ตรงบันไดนำร่อง(Pilot Ladder) แทน กว่าจะขึ้นมาได้ก็ลำบากอยู่พอตัวเลยครับ
แต่เมื่อขึ้นมาบนเรือใหญ่แล้วตัวผมกลับแทบไม่รู้สึกถึงความโคลงแบเดียวกับที่เจือในเรือเล็กเลย
นั่นก็เป็นเพราะว่าเรือมีขนาดใหญ่จนกระทั่งคลื่นเหล่านี้แทบไม่มีผลกนะทบต่อเรือเลยนันเอง

ขึ้นถึงเรือไม่ทันไร(ยังไม่ทันหายเหนื่อยเลย Grin)พอเอาข้าวของเก็บเข้าห้องและทานอาหารกลางวันเสร็จ
ก็กระโจนไปเปลี่ยนชุดหมีออกไปทำงานเลย

เอาละครับเรื่องวันนี้เราพักไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน(คนเล่ามันเหนื่อยแล้ว+แอบโดดงานออกมาเขียนด้วย)
เอาไว้วันหลังผมจะมาเล่าเรื่องราวการฝึกภาคทะเลให้ได้อ่านกันต่อนะครับ

edit @ 15 Jan 2009 10:54:59 by Zeaman 28

ได้อยู่บนบกซะที

posted on 11 Jan 2008 21:43 by captnail in Seaman

ในที่สุดปีใหม่ก็หวนกลับมาใหม่อีกครั้ง
อยากขอบคุณกระแสเวลาที่ใม่ใหลย้อนกลับ
...
...!?
ทำไมน่ะเหรอ...
เพราะมันทำให้เวลา 1ปีบนเรือสินค้าของผมได้ผ่านพ้นไปอย่างไม่ไหลย้อนกลับมา(ถ้ามันย้อนกลับมาผมก็คงจะแย่แน่ๆ เลย)

หลายคนอาจสงสัยว่าผมกำลังพูดถึงอะไร
ขอเท้าความนิดหนึ่ง...ที่ผ่านมาหนึ่งปีผมได้ออกเดินทางไปกับเรือสินค้าระหว่างประเทศเพื่อทำการฝึกงานเป็นระยะเวลา 1 ปี(อ่านข้อมูลได้จาก Entry เก่าๆ แล้วกันนะครับ)

Photobucket

หลังจากที่ได้ไปใช้ชีวิตอยู่บนแผ่นเหล็ก(หรือแผ่นสนิมก็ไม่แนใจ?)ลอยน้ำได้เป็นเวลากว่า 1 ปี
จะกินจะนอน ทำงาน นั่งเล่น เข้าห้องน้ำ อาบน้ำ หรือ อะไรก็แล้วแต่ ก็ไม่อาจพ้นไปจากเจ้าเหล็กขึ้นสนิมลอยน้ำได้นี้ไปเลย

Photobucket


สรุปง่ายๆ ว่าชีวิตนี้มีมันเป็นเพื่อน ใช้ชีวิตอยู่บนแผ่นเหล็ก ไม่มีโอกาสได้อยู่บนดินเลย ถึงจะได้เหยียบผืนดินบ้างก็เป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั้วโมงที่เรือเทียบท่าสุดท้ายแล้วก็ไม่พ้นที่จะต้องกลับมานอนที่เรืออยู่ดี
คนไม่เคยอยู่เรือคงไม่รู้หรอกว่าการที่มองออกไปรอบตัวแล้วไม่เป็นอะไรเลยนอกจาก ทะเล ทะเล แล้วก็ ทะเล มันว้าเหว้เพียงใด

Photobucket  
จะติดต่อใครก็ลำบาก อยากกลับก็กลับไม่ได้ วันๆ ก็เป็นแต่หน้าไอ้คนเดิมๆ 20 กว่าคนบนเรือนั่นแหล่ะ ที่สำคัญดันเป็นผู้ชายหมดเลยนี่สิที่แย่
ยังโชคดีที่ลูกเรือเป็นคนไทยหมด แต่ลำบากเวลาเข้าเมืองท่าต่างประเทศที่ไหนคุยอังกฤษได้ก็ดีหน่อย ที่ไหนพูดไม่ได้นี่สิลำบาก เราพูดอังกฤษ เขาพูดภาษาบ้านเขา อย่างนี้ก็สื่อสารกันไม่รู้เรื่องสิครับ ต้องบุ้ยโบ้ยภาษามือกันอยู่นานกว่าจะเข้าใจ
การทำงานก็ไม่ได้สะดวกสบายเท่าใดนัก น่าจะเรียกว่าทำงานกันตามมีตามเกิด เพราะบางที่ก็ไม่มีอุปกรณ์ บางทีของสั่งไปแล้วก็ไม่ได้ ต้องมาโมของไว้ใช้กันเอง แถมยังต้องเสี่ยงตายกันอยู่ตลอดเวลา

Photobucket

และในที่สุดผมก็สิ้นสุดการฝึกภาคทะแลกับเรือสินค้าด้วยระยะเวลาการฝึก 12 เดือน 5 วัน โดยลงเรือตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2549 ที่เกาะสีชัง และขึ้นจากเรือวันที่ 28 ธันวาคม 2550 ที่ ซามารินด้า อินโดนีเซีย
ด้วยเหตุปัจจัยหลายๆ อย่างทำให้เมื่อเครื่องลงแตะพื้นรันเวย์ที่สานมบินสุวรรณภูมิแล้ว ทำให้ผมกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู้ด้วยความรู้สึกที่ว่า"ในที่สุดตูก็ถึงบ้านแล้ว"
และตอนนี้ผมยังรู้สึกอีกว่า โชคดีจริงๆ ที่มีชีวิตรอดกลับมาได้

Photobucket 

ผมมั่นใจว่าเกือบทุกคนในที่นี้คงไม่รู้ว่าชีวิตความเป็นอยู่บนเรือเป็นอย่างไร
เอาไว้ผมจะเขียนเล่าเรื่องราวชีวิตผมบนเรือให้ได้อ่าน(เท่าที่นึกออก)ก็แล้วกันครับ อาจจะพอมองภาพออกบ้าง...เนอะ

edit @ 11 Jan 2008 22:47:54 by Zeaman 28